การบันทึกบัญชีรับรู้รายได้และรายจ่าย การบันทึกบัญชีรับรู้รายได้และรายจ่าย ธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการที่เป็นกิจการบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีในแต่ละปีจะต้องมีการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล การคำนวณกำไรสุทธิจะต้องนำรายได้หักออกจากรายจ่าย ซึ่งรายได้และรายจ่ายที่จะนำมาคำนวณกำไรสุทธิจะต้องมีการรับรู้รายได้ และรายจ่าย การรับรู้รายได้และรายจ่ายจึงเป็นการนำรายได้และรายจ่ายไปบันทึกบัญชีในรอบบัญชีนั้นและนำไปคำนวณกำไรสุทธิ การบันทึกบัญชีที่เกี่ยวกับรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน นักบัญชีจะต้องพิจารณาว่า เมื่อใดรายได้และรายจ่ายได้ถือว่าเกิดขึ้นแล้ว ก็จะบันทึกบัญชีรับรู้เป็นรายได้และรายจ่ายซึ่งแบ่งวิธีการรับรู้รายได้และรายจ่ายโดยทั่วไปแล้วมีดังนี้คือ
1. เกณฑ์เงินสด (Cash Basic)กิจการที่รับรู้รายได้และรายจ่ายวิธีนี้เป็นการรับรู้รายได้และรายจ่ายเฉพาะ ส่วนที่กิจการได้รับมาหรือจ่ายไปเป็นเงินสด หรือตราสารที่เป็นเงินสดเฉพาะส่วนที่กิจการได้รับมาหรือจ่ายไปแล้วเท่านั้น ในกรณีที่กิจการยังไม่ได้รับหรือจ่ายเงินจะไม่นำรายได้และราจ่ายนั้นมาบันทึกบัญชีรับรู้รายได้และรายจ่ายไม่ได้ แต่จะตั้งบัญชีพักไว้รอการตัดบัญชีเมื่อรายได้และรายจ่ายนั้นถึงกำหนดและกิจการได้รับเงินหรือจ่ายเงินจึงจะรับรู้รายได้และรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี 2. เกณฑ์สิทธิ (Accrual Basic)กิจการที่รับรู้รายได้และรายจ่ายวิธีนี้เป็นการรับรู้รายได้และรายจ่ายโดยการนำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใดแม้จะยังไม่ได้รับชำระหรือจ่ายเงินในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้หรือรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ดังนั้น รายได้และรายจ่ายเมื่อถึงกำหนดชำระแล้วหากยังไม่ได้รับหรือจ่ายเงินจะต้องบันทึกบัญชีไว้เป็นรายได้ค้างรับหรือรายจ่ายค้างจ่ายและต้องนำไปคำนวณกำไรสุทธิด้วย และในทำนองเดียวกันหากรายได้ใดได้รับล่วงหน้า หรือรายจ่ายใดได้จ่ายล่วงหน้าสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีถัดไปซึ่งยังไม่ถึงกำหนดก็จะไม่นำไปคำนวณกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุนในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ดังนั้น ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ได้กำหนดให้ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล ทั่วไปรับรู้รายได้และรายจ่ายโดยเกณฑ์สิทธิ แต่จะมีธุรกิจบางประเภทอาจจะไม่คำนวณกำไรสุทธิหรือรับรู้รายได้และรายจ่ายโดยวิธีนี้ เนื่องจากเป็นธุรกิจเฉพาะที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ซึ่งกิจการบางประเภทอาจจะเลือกการรับรู้รายได้ และรายจ่ายเกณฑ์สิทธิ์พิเศษที่แยกจากเกณฑ์สิทธิ์ของกิจการทั่วไปได้ดังนี้ 2.1 เกณฑ์ผ่อนชำระ (Installment Method)กิจการที่รับรู้รายได้และรายจ่ายวิธีนี้เป็นการรับรู้รายได้และรายจ่ายจากกิจการขายผ่อนชำระหรือให้เช่าซื้อที่มีระยะเวลาในการผ่อนชำระเกินกว่าหนึ่งรอบระยะบัญชี จะถือเอาผลต่างของราคาขายที่ควรจะได้รับทั้งสิ้นกับต้นทุนขายเป็นกำไรขั้นต้นที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ ในขณะที่มีการขายผ่อนชำระหรือให้เช่าซื้อ การรับรู้รายได้และรายจ่ายประเภทนี้มักจะใช้กับกิจการที่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนให้กับผู้ซื้อทันทีจนกว่าผู้ซื้อจะชำระเงินค่างวดในงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้วซึ่งมักจะใช้กับธุรกิจให้เช่าซื้อ ขายโดยผ่อนชำระ ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ ขายสินค้าโดยการผ่อนชำระหรือเช่าซื้ออาจจะมีการคิดดอกเบี้ยจากการให้ลูกค้าผ่อนค่างวดเกินกว่า 1 ปี หรือแล้วแต่ได้ตกลงกัน การคำนวณดอกเบี้ยจากการเช่าซื้อมี 2 วิธีคือ ก. วิธีคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายได้แต่ละงวดตามวิธีรายปี (Annuity) ข. วิธีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายได้แต่ละงวดตามวิธีผลรวมจำนวนตัวเลข (Sum of the Digits) 2.2 เกณฑ์สัญญาระยะยาว (Long-Term Contract Method)การรับรู้รายได้และรายจ่ายวิธีนี้เป็นการรับรู้รายได้และรายจ่ายสำหรับกิจการที่ให้บริการเกินกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี เช่น กิจการรับเหมาก่อสร้าง กิจการขายอสังหาริมทรัพย์ กิจการที่มีการรับจ้างหรือให้บริการที่มีสัญญาในการว่าจ้างหรือบริการเกินกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี การรับรู้รายได้และรายจ่ายวิธีนี้สามารถรับรู้ได้ 2 วิธี คือ 2.2.1 รับรู้รายได้เมื่องานเสร็จตามสัญญา (Completed Contract Method) เป็นการรับรู้รายได้ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญาและมีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะพิจารณาเงื่อนไขที่จะใช้วิธีนี้คือ ก. ระยะเวลาของโครงการต้องไม่เกิน 1 รอบระยะเวลาบัญชี ข. งานก่อสร้างที่มีความเสี่ยงมาก 2.2.2 รับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ (Percentage of Completion Contract Method) เป็นการรับรู้รายได้ตามอัตราร้อยละของงานก่อสร้างที่แล้วเสร็จตามผลงานการก่อสร้างในแต่ละรอบบัญชี เป็นไปตามเงื่อนไขของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.1/2528 ซึ่งจะพิจารณาเงื่อนไขที่จะใช้วิธีนี้คือ ก. ดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานที่วางไว้ ข. มีความเป็นไปได้ของโครงการ ค. ประเมินต้นทุนของโครงการได้เป็นระยะ ง. มียอดเงินรับจากผู้ซื้อหรือผู้ว่าจ้างอย่างเพียงพอ จ. ผู้ซื้อสามารถจ่ายชำระเงินได้ตามสัญญา ฉ. ระยะเวลาของงานก่อสร้างเกินกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี 2.3 เกณฑ์เฉลี่ยรายได้ (Average Income Method)กิจการที่รับรู้รายได้และรายจ่ายวิธีนี้เป็นการรับรู้รายได้และรายจ่ายที่ใช้สำหรับกิจการให้เช่าทรัพย์สินซึ่งมีจำนวนเงินที่จ่ายมากในครั้งเดียว แต่ผู้เช่ามีระยะเวลาผูกพันสัญญาเช่าเกินกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี โดยจะทำการเฉลี่ยรายได้ดังกล่าวตามอายุการเช่าของทรัพย์สินตามสัญญาเช่านั้น การใช้เกณฑ์เฉลี่ยรายได้จะนำไปใช้กิจการที่มีระยะเวลาในการได้รับสิทธิ์ เช่น ค่าเซ้งอาคาร(สิทธิการเช่า) ค่าลิขสิทธิ์ ตลอดจนเรื่องของธุรกิจขายหรือรับสมัครสามชิก (Member) เช่น สมาชิกสนามกอล์ฟ สมาชิกกีฬา สมาชิกสโมสร สำหรับธุรกิจที่มีรายได้เป็นค่าสมาชิก นั้น ตามประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้เฉลี่ยรายได้ตามอายุของการเป็นสมาชิก แต่ให้เฉลี่ยได้สูงสุด ไม่เกิน 10 ปี 3. เกณฑ์ผสม (Hybrid Method)เป็นการรับรู้รายได้สำหรับกิจการที่ทำธุรกิจหลายๆ ประเภทรวมกันซึ่งไม่สามารถรับรู้รายได้วิธีหนึ่งวิธีใดโดยเฉพาะ จึงต้องเลือกการรับรู้รายได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ ที่มา : วารสารข่าวสำหรับนักบัญชี และ วารสาร ฉบับ เอกสารภาษีอากร สำนักพิมพ์ธรรมนิติ |