ลูกหนี้และตั๋วเงินรับลูกหนี้และตั๋วเงินรับ : วิธีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญวิธีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance Method)วิธีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นวิธีที่เป็นไปตามหลักการบัญชีตามหลักเปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่ายและจะแสดงมูลค่าลูกหนี้ในมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ กล่าวคือทุกสิ้นงวดบัญชี กิจการจะต้องมีการประมาณหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้ ขึ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ได้หนี้สงสัยจะสูญซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดในขณะเดียวกันต้องตั้งบัญชีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่จะนำไปลดมูลค่าลูกหนี้ในงบดุล เพื่อให้ลูกหนี้แสดงมูลค่าที่คาดว่าจะเก็บเงินได้ วิธีการประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่
1. ประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นร้อยละจากยอดขาย (Percentage-of-Sales Approach) 2. ประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นร้อยละจากยอดลูกหนี้ (Percentage-of-Receivables Approach) วิธีการประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นร้อยละจากยอดขาย กิจการอาจจะประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากยอดขาย โดยการหาความสัมพันธ์กับยอดขายโดยมีนัยสำคัญ กิจการอาจจะประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากยอดขาย โดยการหาความสัมพันธ์ระหว่างยอดขายกับจำนวนหนี้ที่เก็บไม่ได้เพื่อให้ได้มาซึ่งอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญว่าควรจะเป็นอัตราร้อยละเท่าไรของยอดขายทั้งนี้อาจจะคำนวณมาจากยอดขายรวม หากยอดขายสดมีจำนวนไม่มากก็สามารถใช้ยอดขายเชื่อเพราะการขายเชื่อก่อให้เกิดเป็นลูกหนี้ วิธีการประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นร้อยละจากยอดลูกหนี้กิจการอาจจะประมาณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากยอดลูกหนี้ที่อยู่ในบัญชี โดยใช้การวิเคราะห์จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เพื่อนำมาคำนวณหาอัตราร้อยละที่คาดว่าจะเก็บเงินไม่ได้ ซึ่งการประมาณหนี้สงสัยจะสูญจากยอดลูกหนี้นั้นทำได้ 2 วิธี ได้แก่ 1. คำนวณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นร้อยละจากยอดลูกหนี้คงเหลือทั้งหมดที่อยู่ในบัญชี โดยถือว่าอัตราส่วนของจำนวนหนี้สงสัยจะสูญจะคงที่ 2. คำนวณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญโดยการจัดกลุ่มอายุลูกหนี้ กล่าวคือ ลูกหนี้กลุ่มใดที่ค้างชำระเกินกำหนดเงื่อนไขชำระหนี้ ยาวนานจะมี่ความเสี่ยงในการที่จะไม่ได้รับชำระเงินสูง ดังนั้นอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญก็จะสูงไปด้วย ส่วนลูกหนี้รายใดที่ค้างชำระเกิน กำหนดเงื่อนไขชำระหนี้ไม่นานก็จะมีอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญน้อยลงด้วย ตามระยะเวลาที่ค้างชำระ ทั้งนี้ในการจัดกลุ่มอายุลูกหนี้ กิจการจะต้องมีการกำหนดขึ้นมาตามความเหมาะสมจากประสบการณ์หรือจากลักษณะของอุตสาหกรรมที่กิจการทำอยู่ บัญชีหนี้สงสัยจะสูญจะมียอดทางด้านเครดิต ซึ่งให้นำไปแสดงในงบกำไรขาดทุนภายใต้หัวข้อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง ลูกหนี้และตั๋วเงินรับ : วิธีการตัดจำหน่ายโดยตรงวิธีการตัดจำหน่ายโดยตรง (Direct Write-Off Method)การตัดจำหน่ายโดยตรงนั้นจะไม่คำนึงว่าระหว่างปีอาจมีลูกหนี้บางส่วนจะเก็บเงินไม่ได้ ดังนั้น จะไม่มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายจนกว่าจะมีหนี้สูญเกิดขึ้นจริง ดังนั้นถ้างวดบัญชีใดไม่เกิดหนี้สูญ งวดนั้นๆ ก็จะไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผิดหลักทางทฤษฎีบัญชีที่ไม่ได้เปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่าย และมูลค่าของลูกหนี้ที่แสดงในงบดุล จะไม่แสดงในมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะเก็บเงินได้ ดังนั้นวิธีการตัด จำหน่ายโดยตรงจึงเหมาะในกรณีดังต่อไปนี้ 1. จำนวนลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้มีจำนวนน้อยอินเนื่องมาจากการมีระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ จำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้ไม่มีนัยสำคัญต่อกิจการ 2. กิจการเพิ่งเปิดดำเนินกิจการเป็นปีแรกหรือเพิ่งเข้าสู่ธุรกิจใหม่ทำให้ยังไม่สามารถหาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสำหรับการประมาณหนี้ที่เก็บเงินไม่ได้อย่างน่าเชื่อถือ การบันทึกบัญชีเมื่อมีหนี้สูญเกิดขึ้นจะบันทึกดังนี้ หนี้สูญ xx ลูกหนี้ xx บัญชีหนี้สูญถือเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงวดที่เกิดหนี้สูญ ที่มา : วารสารข่าวสำหรับนักบัญชี และ วารสาร ฉบับ เอกสารภาษีอากร สำนักพิมพ์ธรรมนิติ By : สวรรยา พิณเนียม |